wassanan's profileFreedom's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Weather

Loading...

wassanan buasri

Occupation
Location
Interests
ยืนอยู่คนเดียวได้ยินมั้ย ฉันหนาวหัวใจเหลือเกิน

Horoscopes

Loading...

Freedom's space

เรื่อยๆไง
September 05

สุญญากาศ เครดิตวินทร์

เคยมีผู้คำนวณน้ำหนักของโลกของเรา ได้คำตอบว่า มันหนักประมาณ 6,000,000,000,000,000,000,000,000 กิโลกรัม

หนักเอาการเหมือนกัน!

ผมไม่ได้สงสัยวิธีการคำนวณ (ซึ่งคิดจากแรงโน้มถ่วงกับเส้นผ่าศูนย์กลางของโลก) แต่สงสัยว่า ทำไมโลกของเราซึ่งดูใหญ่โตและมีน้ำหนักมหาศาลนี้สามารถลอยเท้งเต้งในอวกาศได้ ไม่จมลงไป

คำตอบคือ มันอยู่ได้ด้วยแรงเหวี่ยงหมุนของระบบดาว (ซึ่งเป็นที่มาของแรงโน้มถ่วง) แต่คำถามก็ยังคงอยู่อีกเช่นเดิมว่า แล้วทำไมระบบดาวทั้งหลายจึงลอยตัวในอวกาศได้

วิทยาศาสตร์อธิบายว่า อวกาศนั้นเป็นสุญญากาศ อะไรก็ตามที่อยู่ในสุญญากาศย่อมลอยตัวอยู่ได้

ทฤษฎีกำเนิดจักรวาลที่เรียกว่า บิ๊ก แบง บอกว่า เมื่อแรกนั้นไม่มีอะไร ไม่มีแม้แต่ที่ว่างเปล่า เมื่อเกิดการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ ความไม่มีจึงขยายตัวออกเป็นจักรวาลดังที่เห็นผ่านกล้องโทรทรรศน์ เป็นพื้นที่สุญญากาศขนาดมหึมาซึ่งเป็นที่อยู่ของสรรพสิ่งทั้งมวล ตั้งแต่ดวงดาว โลกของเรา ไปจนถึงมนุษย์ตัวเล็กๆ ที่เดินบนโลกใบนี้

เช่นนั้นสุญญากาศนี้เกิดมาอย่างไร?

คำถามนี้ก้าวข้ามพรมแดนผ่านไปในพื้นที่ของอภิปรัชญาแล้ว มันเป็นประเด็นเรื่องกำเนิดจักรวาล จนปัญญาที่มนุษย์ใน พ.ศ. นี้จะหยั่งรู้ เรารู้จากทฤษฏีว่าเวลาที่เกิด บิ๊ก แบง จักรวาลไม่ได้ขยายตัวเติมเต็มช่องว่างที่มีอยู่แล้ว เพราะช่องว่างนั้นไม่เคยดำรงอยู่มาก่อนหน้านั้น มันถือกำเนิดมากับ บิ๊ก แบง

แล้วเช่นนั้นทำไมสุญญากาศจึงรับ ‘น้ำหนัก’ ของมวลดาวได้?

คำตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ เพราะมันเป็นอย่างนี้เอง มันเป็นธรรมชาติของสุญญากาศอย่างนี้เอง



ในชีวิตของเราแต่ละคน ล้วนต้องเคยพบปะปัญหาที่หนักหน่วง เกินกำลังแบกรับ สะท้อนออกมาทางสีหน้าที่เคร่งเครียด ปราศจากรอยยิ้ม

จะยิ้มได้อย่างไร ในเมื่อปัญหาหนักหน่วงขนาดนั้น มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ยิ้มได้เมื่อเจอปัญหาใหญ่ๆ

สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้, พ่อแม่ไม่อยากให้เรียนต่อในสายวิชาที่อยากเรียน, บ้านถูกธนาคารยึด, อกหัก, คนรักตั้งท้องก่อนแต่งงาน ฯลฯ

ปัญหาเหล่านี้ดูใหญ่โตและหนักเกินสองบ่าของเราแบกรับ

แต่การแบกปัญหาแล้วบ่นมีแต่ทำให้ปัญหานั้นหนักกว่าเดิม

การแก้ปัญหาอาจเริ่มต้นที่มองขนาดและน้ำหนักที่เป็นจริงของปัญหา ไม่ใช่ติดนิสัยเห็นมดเท่าช้าง เห็นช้างเท่าไดโนเสาร์

ไม่มีปัญหาใดในโลกที่แก้ไม่ได้ เพราะหากมันแก้ไม่ได้ด้วยสติปัญญาของมนุษยชาติ เราไม่เรียกมันว่าปัญหา เราเรียกมันว่า ‘ความจริงที่ยังค้นไม่พบ’

และหากแก้มันได้ เราก็ไม่เรียกมันว่าปัญหา เราเรียกมันว่า ‘สัจธรรม’

ดังนี้อกหักจึงไม่ใช่ปัญหา มันเป็นเพียงสัจธรรมอย่างหนึ่งของโลก เช่นเดียวกับโรคหวัด เป็นได้ก็หายได้

สอบตกก็ไม่ใช่ปัญหา มันเป็นเพียงสัจธรรมอย่างหนึ่งของคนที่ขยันไม่พอ ดังนั้นถ้าขยันอีกหน่อย ก็สอบผ่านได้ ฯลฯ

มองแบบนี้จะพบว่า ‘ปัญหา’ ในโลกนี้ลดหายไปกว่าครึ่ง



เมื่อเทเกลือหนึ่งถุงลงในน้ำหนึ่งแก้ว น้ำในแก้วนั้นย่อมเค็มเหลือทน แต่เมื่อเทมันลงไปในแม่น้ำ ความเค็มของน้ำก็ไม่สาหัสสากรรจ์เหมือนเดิม

ปัญหาไม่ว่าหนักเพียงใด อาจบรรเทาลงไปเมื่อใช้ ‘สุญญากาศ’ รองรับปัญหา

พุทธทาสภิกขุจึงกล่าวว่า “จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง”

ปัญหาใหญ่เพียงใด ปัญญาที่ว่างเปล่าจากอคติและความกังวลเกินจำเป็นก็เอามันอยู่

มันเป็นอย่างนี้เอง มันเป็นธรรมชาติของสุญญากาศอย่างนี้เอง  
 
พออ่านดูแล้วรุสึกมีความหวังขึ้นอีกหน่อยนึง
ช่วงนี้ก้ออารมดีขึ้นมาเฉยๆ 55555
June 01

จะเปิดเทอมแล้ว

มันจะเปิดเทอมแล้วเว้ย
หลังจากการทัวร์อันยาวนานในช่วงซัมเมอร์
ในที่สุดก็ได้เวลาไปร่ำเรียนซะที
มีรุ่นพี่ชวนตีกลองด้วยว่ะ
อยากตี....ตอนนี้กำลังเก็บตังซื้อสแนร์
สามพันแน่ะ ตังค์ก้อม่ายค่อยจามีแหลว
เด๋วจาเอารูปที่ไปเที่ยวมาให้ดูนะ
รูปตอนไปท่าพระจันทร์
เอิ๊กๆ...
ไปวัดระฆังมาไปอีกหลายที่เลย
เปิดเทอมแล้วก็ตั้งใจเรียนกานหน่อยนะทุกคน
April 25

หมาป่าเดียวดายจากพี่บอยตรัย

มีหมาป่าโดดเดี่ยวอยู่ตัวหนึ่ง
นานมาแล้ว ที่มันเฝ้าถามตัวเองว่ามันเป็นใคร
และคำถามนั้น ยังไม่เคยถูกตอบ
ผ่านคืนและวันอันหม่นมืด
คืนแล้วคืนเล่า
มันเดินเหยาะๆ อยู่เพียงลำพัง ใต้แสงนีออน
บางคืนที่ดวงจันทร์กลมดิก มันจะโก่งคอหอนเสียงดัง
ดังและยาวนาน

ไม่มีใครรู้ว่าเสียงที่มันหอนนั้นมีความหมายอันใด...
ไม่มีใครเคยได้เข้าไปใกล้จนมองเห็นดวงตาของมันหรอก
อย่างมาก คงเป็นเพียงภาพเงาของมัน
ภาพที่ย้อนแสงจันทร์

หมาป่าเหงาไหม
หมาป่าเศร้าหรือเปล่า
หัวใจหมาป่าซุกซ่อนอะไรไว้บ้าง
ไม่อาจมีใครล่วงรู้ได้
เราคงรู้แต่เพียงว่า..
เป็นหมาป่า ต้องเงยหน้ามองจันทร์ แล้วหอน
กู่หอนไปให้เนิ่นนานที่สุด
เท่าที่ใจจะทำได้
ก่อนที่ดวงจันทร์จะลับไป

มนุษย์ไม่ใช่หมาป่า
มนุษย์จะอดทนต่อความรู้สึกโดดเดี่ยวได้สักเท่าไหร่
มนุษย์จะหลอกหัวใจของตัวเองได้นานสักแค่ไหน

หากมีหัวใจที่เย็นเยียบ คงไม่ต้องรู้สึกรู้สาอะไร
ถ้ามีดวงตาที่ฝ้าฝาง จะได้ไม่ต้องมองเห็นอะไรที่ไม่อยากเห็น
มีผิวหนังเป็นเกราะแข็ง ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องร้อน
เมื่อไม่อยากเข้าใจเรื่องใด
ก็จะได้ ..ไม่เข้าใจ

หมาป่าตัวนี้ยังคงเดินทางต่อไป
เหยาะย่างไป ใต้เงาแห่งแสงนีออน
เสาะแสวงหาคำตอบที่มันยังไม่เคยได้
รอค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ได้วนมาอีกครั้ง

April 20

กลัว

"ในบางเวลาที่เธอนั้นยิ้มเป็นสุข" ฉันแอบเก็บความหวังไว้

เผื่อในวันนึงที่เธอนั้นพร้อมเข้าใจ ฉันอยากอธิบาย

~*~*~*~*~*~*~
ความทรงจำดีๆที่ฉันมีอยู่ ล้วนมีเธอโอบกอดไว้

+++แต่ความเป็นจริงที่ฉันไม่พร้อมจะไป เริ่มสิ่งใหม่กับเธอ+++
 
ก็เป็นเพราะกลัวไม่เป็นเหมือนวันก่อน กลัวไม่เป็นอย่างใจหวัง
เก็บส่วนลึกของใจไว้ห่าง ไม่คู่ควรกับใคร
^^"มันคงจะดีที่เราก็ยังได้เจอ แลกเปลี่ยนผ่านความห่วงใย^^"
ส่วนใจตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าใจ เริ่มอะไรไม่เป็น

แค่ให้ฉัน เก็บเธอไว้ อบอุ่นข้างในอย่างนั้น

เก็บรอยยิ้ม ความสดใส อยู่ให้นานเท่านาน

------ส่วนใจตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าใจ เริ่มอะไรไม่เป็น------
~*~
April 16

วันที่หัวใจเคลื่อนไหว

เธอก็ยังเป็นเหมือนเดิมอย่างนั้น
ไม่เคยจะมองหันมาที่ฉัน
นานเพียงไหน ไม่สั่นไหวไม่รักกัน

ฉันก็ยังเหมือนเดิมอย่างนี้ ปักใจ
ไม่เคยหันไปเสียที
นานเพียงไหน ใจดวงนี้มีแค่เธอ

คงสักวันที่เธอมองกลับมา
หรือเป็นฉันที่ยอมหันจากไป

ฉันจะรอสักวัน
วันที่มีหัวใจดวงไหนเคลื่อนไหว
อาจเป็นใจเธอ ที่แพ้ให้กับรักจริง
แพ้ให้กับหัวใจที่รักเธอเสมอ
เราคงได้รู้สักวัน

ทนจะทนแม้ใจจะท้อ
เฝ้ารอจะทรมานเท่าไร
แต่จะทนจวบจนใจจะสิ้นแรง

คงสักวันที่เธอมองกลับมา
หรือเป็นฉันที่ยอมหันจากไป

ฉันจะรอสักวัน
วันที่มีหัวใจดวงไหนเคลื่อนไหว
อาจเป็นใจเธอ ที่แพ้ให้กับรักจริง
แพ้ให้กับหัวใจที่รักเธอเสมอ
เราคงได้รู้สักวัน

ฉันจะรอสักวัน
วันที่มีหัวใจดวงไหนเคลื่อนไหว
อาจเป็นใจเธอ ที่แพ้ให้กับรักจริง
แพ้ให้กับหัวใจที่รักเธอเสมอ
เราคงได้รู้สักวัน
 
Photo 1 of 19

Windows Media Player